อุทาหรณ์เตือนพ่อแม่ เด็กยุค4G ไม่ให้เล่นเกมส์โซเชียล ถอดปลั๊ก Wifi ออก อึ้งหนัก ลูกแท้ๆกลับคิดวางแผนปลิดชีพพ่อแม่และครอบครัว 4891069523942937142-blid-4178093437811298088

Share:

อุทาหรณ์เตือนพ่อแม่ เด็กยุค4G ไม่ให้เล่นเกมส์โซเชียล ถอดปลั๊ก Wifi ออก อึ้งหนัก ลูกแท้ๆกลับคิดวางแผนปลิดชีพพ่อแม่และครอบครัว

 
   

เมื่อวันที่  17  มิ.ย.62  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จากกรณีที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ว่า  แม่สุดทนต่อพฤติกรรมของลูกชายที่ใส่ยาฆ่าแมลงในโอ่งน้ำ  หวังฆ่าพ่อแม่ให้ตายทั้งบ้าน  เพียงแค่ผู้เป็นพ่อถอดปลั๊กสัญญาณ  WiFi  ไม่ให้เล่นเกมกลางดึกเท่านั้น  เพราะเสียงดังรบกวนเวลาพักผ่อนของพ่อแม่ที่ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน  เพื่อเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้  ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่  124  บ้านโนนเจริญ  ต.เสาธงชัย  อ.กันทรลักษ์  จ.ศรีสะเกษ  เมื่อไปถึงได้พบกับ  นางสุบัญ  ดวงจันทร์  อายุ  51  ปี  เจ้าของบ้านซึ่งเป็นผู้โพสต์เรื่องราวที่เกิดขึ้น  และพบนายจักรี  คำเรือง  อายุ  52  ปี  ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของคนที่ก่อเหตุ  โดยนางสุบัญได้นำผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบบริเวณโอ่งน้ำข้างบ้าน  จำนวน  2  โอ่ง  โดยทั้ง  2  โอ่ง  มีเศษของยาฟูราดานซึ่งเป็นยาฆ่าแมลงลอยอยู่ในน้ำและมีเศษยาฆ่าแมลงตกอยู่ที่พื้น  ซึ่งโอ่งน้ำ  จำนวน  1  โอ่ง  ถูกคว่ำเทน้ำออก  แต่ก็ยังมีเศษยาฆ่าแมลงอยู่ที่ขอบโอ่งน้ำ    นางสุบัญ  เล่าว่า  เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่  12  มิ.ย.62  ที่ผ่านมา  โดยนายตุ๊ด (ปกปิดชื่อจริง  นายศักดิ์  ดวงจันทร์)  อายุ  29  ปี  ซึ่งเป็นบุตรชายของตนที่เกิดกับสามีเก่าและเป็นลูกเลี้ยงของสามีใหม่ของตน  ได้ดื่มสุราเมามายกลับมาบ้าน  และได้ไปพักผ่อนอยู่ที่กะต๊อบที่สร้างอยู่หลังบ้านของตน จากนั้นนายตุ๊ดได้เล่นเกมออนไลน์ทางโทรศัพท์มือถือของนายตุ๊ด  ซึ่งนายตุ๊ดได้เล่นและส่งเสียงเชียร์เสียงดังมากด้วยความเมาสุรา  ทำให้ตนและคนภายในบ้านไม่สามารถที่จะนอนหลับพักผ่อนได้  เนื่องจากบ้านอยู่ห่างจากกะต๊อบของนายตุ๊ด  ประมาณ  10  เมตรเท่านั้น  อีกทั้งเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงก็ไม่ได้หลับได้นอน  ดังนั้น  นายจักรีจึงได้ไปถอดปลั๊กสัญญาณ  WiFi  ที่อยู่ในบ้านออก  ทำให้นายตุ๊ดโมโห ได้มาทุบฝาบ้านหลายครั้ง  นายจักรีจึงได้ออกไปต่อว่านายตุ๊ด  และเกิดการโต้เถียงกัน  โดยนายจักรีได้ใช้กำปั้นชกไปที่ใบหน้าและบริเวณหัวไหล่ของนายตุ๊ด  2 -3  ครั้ง  ทำให้นายตุ๊ดเงียบลง  จากนั้นเวลาประมาณ  03.00  น. ตนได้ยินเสียงคนเดินข้างบ้าน  จึงได้ลุกขึ้นมาดูที่ประตู  จากแสงไฟข้างบ้านทำให้เห็นนายตุ๊ดเดินเลาะมาข้างบ้านไปที่โอ่งน้ำ  และได้นำเอาวัสดุวางอย่างโรยลงในโอ่งน้ำ  ตนได้แอบดูและพบว่านายตุ๊ดได้ล้มโอ่งน้ำ  จำนวน  1  ใบ  เทน้ำออก  ซึ่งตนไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร  จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น  ตนไม่กล้าที่จะออกมาดูว่านายตุ๊ดใส่อะไรลงไปในน้ำ  เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้นายตุ๊ดเคยเมาสุราแล้วเคยใช้อาวุธมีดไล่แทงตน  รวมทั้งตาและยายซึ่งเป็นพ่อและแม่ของตนที่เคยพักอาศัยอยู่ด้วยกันมาแล้วหลายครั้ง ทำให้ตาและยายต้องย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นเพราะความกลัวหลานชายคนนี้เมาสุราแล้วเข้ามาทำร้าย  ซึ่งพอรุ่งเช้าจึงได้เข้าไปตรวจสอบดูที่โอ่งน้ำ  พบว่าเป็นยาฆ่าแมลง  ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า  ยาฟูราดานลอยอยู่ในน้ำและหล่นอยู่กับพื้น  ตนจึงได้แจ้งให้นายจักรีทราบ  เมื่อไปตรวจสอบที่กะต๊อบของนายตุ๊ดไม่พบว่าอยู่ที่กะต๊อบ  ซึ่งจะเป็นอย่างนี้ประจำ หากนายตุ๊ดรู้ตัวเองว่าทำผิดก็จะหลบหนีไป  จะเข้าช่วงดึก ๆ และออกไปช่วงเช้าตรู่ทุกวัน  เพื่อหลบหน้าทุกคนในบ้าน  ตนไม่ได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เนื่องจากเห็นว่าลูกก็คือลูก  แม้ว่าจะทำผิดอย่างไร  พ่อและแม่ก็พร้อมจะให้อภัย  หากไปแจ้งความ  ตำรวจก็จะต้องจับไปดำเนินคดี  จะทำให้นายตุ๊ดไม่สามารถออกไปทำงานที่ไหนได้หากติดคุก  ตนจึงได้นำเรื่องนี้ไปโพสต์ลงในโลกออนไลน์  เพื่อหวังว่าจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลือและได้มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข  อ.กันทรลักษ์  และปลัดอำเภอกันทรลักษ์เข้ามาดูแลตรวจสอบในเรื่องนี้แล้ว  เพื่อพิจารณาหาทางให้การช่วยเหลือต่อไป  ขณะนี้ตนและสามีซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของนายตุ๊ดยอมรับว่ามีความหวาดกลัว  เกรงว่านายตุ๊ดจะเข้ามาทำร้าย  เนื่องจากนายตุ๊ดเคยบอกว่าจะฆ่าให้ตายทั้งบ้าน  เพราะนายตุ๊ดเวลาเมาสุราจะมีอารมณ์ดุร้ายมาก  และเคยติดยาเสพติดมาก่อนด้วย  ตนเคยถามนายตุ๊ดว่าเพราะเหตุใดจึงใส่ยาฆ่าแมลงลงไปในโอ่งน้ำ  นายตุ๊ดก็ยอมรับว่าใส่ยาฆ่าแมลงลงไปในโอ่งน้ำจริง  เพราะต้องการฆ่าตนและสามี  เนื่องจากนายจักรีซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงไปทำร้ายชกต่อยนายตุ๊ดก่อน  จึงหวังที่จะฆ่าให้ตายทั้งบ้าน  แต่อย่างไรก็ตาม  ตนและสามียืนยันว่าไม่ติดใจเอาความกับนายตุ๊ดลูกชายของตนแต่อย่างใด                  
นายจักรี  คำเรือง  อายุ  52  ปี  พ่อเลี้ยงของนายตุ๊ด  กล่าวว่า  ถึงแม้ว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นแบบนี้  ตนก็ได้พูดคุยกับนางสุบัญแล้ว  ขอว่าไม่ให้มีเรื่องมีราว  เพราะว่าถึงอย่างไรก็เป็นลูกของตน  หากแจ้งตำรวจ  นายตุ๊ดก็จะเสียอนาคต  ติดคุกติดตาราง  ไม่สามารถที่จะออกมาทำงานได้เหมือนกับคนปกติทั่วไป  ในช่วงนี้ทำได้เพียงระมัดระวังไม่ให้มีเหตุการณ์ร้ายต่าง ๆ เกิดขึ้นมาได้อีก  ซึ่งตนคาดว่านายตุ๊ดคงจะคิดได้ว่าไม่มีใครคิดจะรักนายตุ๊ดเท่ากับคนในครอบครัวของนายตุ๊ดเอง  ทุกวันนี้ตนเหน็ดเหนื่อยมากกับการทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว  โดยต้องไปทำงานรับจ้างที่ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งที่บ้านภูมิซรอล  และจะทำผ้าเช็ดเท้าขายด้วย  เพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว  โดยเงินทั้งหมดที่หามาได้  ตนจะให้นางสุบัญ  ซึ่งเป็นแม่บ้านเก็บทั้งหมดเพื่อใช้จ่ายในครอบครัว
       
นางสุดากรณ์  ขวาวงษ์  อายุ  41  ปี  อยู่บ้านเลขที่  188  บ้านโนนเจริญ  ต.เสาธงชัย  ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านและเป็น  อ.ส.ม.กล่าวว่า  ปกติแล้วนายตุ๊ดจะมีอาชีพรับจ้างทำงานทั่วไป  ทั้งกรีดยาง  ทำงานก่อสร้างและงานต่าง ๆ ตามแต่จะมีคนว่าจ้าง  เมื่อได้เงินมาแล้วก็จะนำไปซื้อเหล้าดื่มกับเพื่อนในกลุ่มของนายตุ๊ด  และจะมีการส่งเสียงดังเมื่อมีการดื่มสุรา  แต่ว่าก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน  การที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา  ตนคาดว่าเกิดจากนายตุ๊ดต้องการเรียกร้องความสนใจ เพราะว่าขาดความอบอุ่นในครอบครัว  อีกทั้งเป็นคนหนุ่ม อาจจะขาดอารมณ์ยั้งคิดไปได้ชั่วขณะ  แต่ปกติแล้วนายตุ๊ดจะเป็นคนขยันทำงานหาเงิน  เสียแต่เมื่อดื่มเหล้าจะมีอารมณ์ดุร้ายเท่านั้น  ตนขอฝากไปถึงนายตุ๊ดว่า  อยากขอให้แก้ไขนิสัยของตัวเอง  เพื่อให้สามารถอยู่ในสังคมบ้านโนนเจริญได้อย่างมีความสุขต่อไป     ชยงค์  มณีพันธุ์เจริญ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.ศรีสะเกษ